ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก

เรานำเสนอบทความต่างๆที่น่าสนใจ บทความที่แปลมาจากงานวิจัยของต่างประเทศ บทความที่เรานำเสนอมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ เพื่อให้เด็กเติบโตและมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เราได้นำเสนอยางฝึกจับดินสอ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมทักษะการเขียนหนังสือ การจับดินสอให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับ การเรียนรู้ของเด็กในอนาคต ยางฝึกจับดินสอนี้ได้ถูกออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัดชาวอเมริกา ท่านที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเวบไซต์ iqkidonline.com

ความรู้เกี่ยวกับเด็กทั้งหมด
บทความน่าสนใจล่าสุด

Posts Tagged ‘เด็กพิเศษ’

โปรแกรม iPad สำหรับเด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติก

Thursday, June 2nd, 2011

โปรแกรม iPad สำหรับเด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติกโปรแกรม-ไอแพด-เด็ก-ออทิสติก-ipad-autism-program

ผู้ชำนาญทางด้านสื่อการสอน ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ Apple iPad tablet เจ้าอุปกรณ์นอกจากมีประโยชน์ใช้เป็นสื่อการสอนให้กับเด็กในการทำการบ้าน หรือการฝึกภาษาต่างๆ เช่น ภาษาอังกฤษ แต่ Apple iPad ยังสามารถช่วยฝึการสื่อสารให้กับเด็กพิเศษหรือเด็กออทิสตกได้ iPad เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารกับโลกภายนอกสำหรับเด็กออทิสติก เมื่อเด็กออทิสติกมีปัญหาในการถามหรือสื่อสารกับบุคคลอื่น

ด้านล่างนี้เป็นทักษะที่เด็กพิเศษและเด็กออทิสติกจะได้รับจากการเล่นเกมจาก iPad

1. Social skills

2. Fine motor skills

3. Language and communication skills

4. Sensory skills

5. Stress reduction (more…)

กิจกรรมบำบัดสำหรับเด็กพิเศษ (Autism)

Tuesday, August 31st, 2010

กิจกรรมบำบัดสำหรับเด็กพิเศษ-Autism

ปรารถนา พินธุวัฒน์

นักกิจกรรมบำบัด

โรงพยาบาลยุวประสารทไวทโยปถัมภ์

ความหมายของกิจกรรมบำบัดautism-autistic-therapy-activity-2

กิจกรรมบำบัดเป็นวิชาชีพหนึ่งทางการแพทย์ ที่ให้บริการในด้านส่งเสริม ป้องกัน บำบัดรักษา และฟื้นฟูสภาพเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของบุคคล โดยอาศัยองค์ความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ทฤษฎีพื้นฐานทางจิตวิทยาและองค์ความรู้ทางวิชาชีพกิจกรรมบำบัด โดยวิชาชีพจะมีการนำทฤษฎีมาใช้อ้างอิงเพื่อให้นักวิชาชีพสามารถวิเคราะห์หาปัจจัยต่อภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยแยกพฤติกรรมหรือลักษณะของผู้ป่วยเป็นหมวดหมู่หรือเป็นข้อๆ โดยนักกิจกรรมบำบัดจะเลือกกรอบอ้างอิงที่เหมาะสมกับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย

รูปแบบ / แนวทางการรักษาทางกิจกรรมบำบัด

ในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติทางพัฒนาการ (pervasive development disorder) นักกิจกรรมบำบัดใช้กรอบอ้างอิง sensory integration frame of reference เป็นแนวทางหลักในการให้การบำบัดรักษา นอกจากนี้ยังมีการนำกรอบอ้างอิงทางการรักษาอื่นมาเป็นแนวทางในการรักษาเพิ่มตามปัญหาที่บุคคลนั้นๆ ต้องได้รับการแก้ไข

Sensory Integration (SI) คืออะไร

Sensory Integration เป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงพฤติกรรมของมนุษย์อันเนื่องมาจาก การทำงานของระบบประสาท (neuro behavior theory) โดยกล่าวถึงหน้าที่ของสมองที่จะรับและจัดระเบียบสิ่งที่มากระตุ้นระบบประสาทสัมผัส (sensory stimuli) และตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นนั้นได้อย่างเหมาะสมและเกิดการเรียนรู้ขึ้น

Dr. A. Jean Ayres นักกิจกรรมบำบัดและนักจิตวิทยาการศึกษา ชาวอเมริกันได้พัฒนาทฤษฎีนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1960 โดย Dr. A. Jean Ayres กล่าวว่าร้อยละ 80 ของการทำงานของระบบประสาทจะทำหน้าที่ในการจัดการเกี่ยวกับการรับความรู้สึกโดยมีสมองเป็นเครื่องสำหรับจัดการการรับความรู้สึก เมื่อสมองมีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้เรามีการตอบสนองอย่างเหมาะสมและเป็นอัตโนมัติ

สมองจะมีหน้าที่ในการปรับสมดุลของการรับข้อมูลความรู้สึก ทำให้ข้อมูลต่างๆ ไหลเข้ามาสู่สมองอย่างมีระเบียบ แต่ทุกๆ นาทีจะมีข้อมูลการรับความรู้สึกไหลเข้าสู่สมองตลอดเวลา ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้มีมากเกิดกว่าที่สมองรับและจัดการได้ทั้งหมด สมองจึงต้องมีการจัดการยับยั้งความรู้สึกที่ไม่จำเป็นเพราะถ้าไม่มีการยับยั้ง เราจะต้องให้ความสนใจทุกสิ่งเร้าที่เข้ามา และตอบสนองความทุกๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เช่น ขณะที่เราเรียนหนังสือในห้องเรียนเราสามารุสนใจอาจารย์ผู้สอนได้โดยไม่สนใจในเสียงของพัดลมเพดานหรือเสียงผู้คนเดินไปมานอกห้องเรียน นั่นแสดงให้เห็นว่าสมองของเราสามารถจัดการยับยั้งความรู้สึกที่ไม่จำเป็นได้ เป็นต้น

แต่บางครั้งเราให้ความสนใจต่อความรู้สึกบางอย่างตลอดเวลา เช่น การโยกเก้าอี้เป็นจังหวะหรือการเคาะตามจังหวะเพลง ซึ่งเป็นลักษณะของการกระตุ้นสมอง ที่ส่งการติดต่อระหว่างการรับความรู้สึกและการแสดงพฤติกรรมตอบสนองอย่างมีความหมาย เมื่อการยับยั้งและการกระตุ้นมีความสมดุลกันเราสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไปได้ เราสามารถปรับเปลี่ยนระดับความตั้งใจ อารมณ์หรือการเคลื่อนไหวให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ Sensory Integration ส่งผลต่อการทำงาน เราสามารถจะอ่านหนังสือพิมพ์ เมื่อนั่งเก้าอี้ได้โดยไม่สนใจพนักเก้าอี้ที่เรานั่งพิงอยู่ เนื่องจากความรู้สึกต่างๆ เหล่านั้น รบกวนเรามากไป สมองจึงยับยั้งไม่ให้เราตอบสนองต่อสิ่งเร้าทุกอย่าง

ระบบการรับความรู้สึก ได้แก่ระบบใดบ้างautism-autistic-therapy-activity-3

สามระบบพื้นฐานที่ทำหน้าที่ประมวลผลร่วมกันเกี่ยวกับการรับรู้ตำแหน่งหน้าที่ของร่างกาย การทำงานประสานสัมพันธ์ของร่างกาย 2 ซีก การรับรู้แนวกลางลำตัว ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การวางแผน การเคลื่อนไหว ช่วงความสนใจ ความมั่นคงในอารมณ์ และการเรียนรู้สติปัญญา ได้แก่

1. ระบบการรับรู้การทรงตัวและการเคลื่อนไหว (vestibular system) ทำหน้าที่รับและแปลผลเกี่ยวกับการทรงตัว การรักษาสมดุลและทรงตัวต้านแรงโน้มถ่วงระบบนี้มีอวัยวะรับสัมผัสอยู่ในหูชั้นในสิ่งเร้าที่กระตุ้นระบบนี้ในทางธรรมชาติ คือ การหมุนศีรษะและการเคลื่อนไหวไปในระนาบที่แตกต่างกัน

2. ระบบรับรู้กล้ามเนื้อเอ็นและข้อ (proprioceptive system) เป็นระบบที่รับรู้ความรู้สึกจากกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ โดยอาศัยตัวรับความรู้สึกซึ่งจะอยู่ภายในกล้ามเนื้อเอ็น ข้อต่อของแต่ละคน ทำให้เราสามารถทราบตำแหน่งแขนขาทราบทิศทางและความเร็วของการเคลื่อนไหวแขนขา

3. ระบบการรับสัมผัส (tactile system) ระบบนี้มีตัวรับสัมผัสที่ผิวหนังซึ่งมีอยู่ทั่วร่างกาย รวมไปถึงลิ้นที่ตอบสนองต่อการรับสัมผัสออกมาในรูปแบบของกลิ่นและรสชาติ

ความบกพร่องด้านการประมวลผลการรับรู้ความรู้สึก (Sensory Integration Dysfunction) (more…)

หาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กออทิสติก

Monday, June 7th, 2010

หาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กออทิสติก

เราได้รวบรวมแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเด็กอทิสติก โดยเรารวบรวมองค์กรและสถาบันในประเทศอเมริกาเป็นหลักก่อน เพราะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านค้นหาข้อมูลอื่นๆ นอกจากแหล่งข้อมูลภาษาไทย เราจะพยายามลงบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กออทิสติก เพื่อให้เป็นประโยชน์กับผู้อ่านให้มากที่สุด (more…)

ปัญหาการฝึกเขียนในเด็กออทิสติก Autism Autistic

Sunday, June 6th, 2010

ปัญหาการฝึกเขียนในเด็กออทิสติก

ฝึกเขียน-เด็กออทิสติกจากการวิจัย (รายงานวันที่ 9/11/2009 – Healthday News) ปัญหาเกี่ยวกับการเขียนฝึกเขียนในเด็กออทิสติก เด็กออทิสติกพบปัญหาการผสมคำศัพท์ มากกว่าเด็กทั่วไป การวิจัยนี้ได้ทำการวิจัยจากเด็ก 28 คน อายุระหว่าง 8-13 ปี โดยเด็กจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นเด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติก แต่ทุกคนมีระดับไอคิวอยู่ในเกณฑ์มาตราฐานทั้งหมด การวิจัยได้ขอให้เด็กทุกคนคัดลอกประโยค “the bronw jumped lazy fox quick dogs over” ที่เรียงไว้สลับตำแหน่ง เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบสำหรับเด็กที่คุ้นเคยกับประโยคนี้
การวิจัยได้ทำการวัดการเขียนของเด็กใน 5 ส่วน ตัวหนังสือที่สามารถอ่านออก รูปแบบการเขียน ตำแหน่งและการจัดเรียงของตัวอักษร ขนาดของตัวอักษร และช่องไฟ ผลการวิจัยพบว่าเด็กออทิสติกจำนวนครึ่งหนึ่งหรือ 14 คน ได้คะแนต่ำกว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กทั่วไปอีกจำนวน 14 คน

นอกจากนี้พบว่า เด็กออทิสติกจำนวน 9 คนได้คะแนนต่ำกว่า 80% ในหมวดรูปแบบการเขียน ในขณะที่เกิดขึ้นในเด็กปกติเพียง 2 คน อย่างไรก็ตามแม้ว่าคุณภาพของการเขียนในเด็กออทิสติกจะได้คะแนนต่ำ แต่โดยรวมแล้วเด็กทั้งสองกลุ่มสามารถที่จะเขียนหนังสือ จัดเรียงตัวอักษรและช่องไฟได้อย่างเท่าๆกัน ซึ่งก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเด็กทั่วไปแต่อย่างใด (more…)