Follow Us!
ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก

เรานำเสนอบทความต่างๆที่น่าสนใจ บทความที่แปลมาจากงานวิจัยของต่างประเทศ บทความที่เรานำเสนอมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ เพื่อให้เด็กเติบโตและมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เราได้นำเสนอยางฝึกจับดินสอ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมทักษะการเขียนหนังสือ การจับดินสอให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับ การเรียนรู้ของเด็กในอนาคต ยางฝึกจับดินสอนี้ได้ถูกออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัดชาวอเมริกา ท่านที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเวบไซต์ iqkidonline.com




ความรู้เกี่ยวกับเด็กทั้งหมด
บทความน่าสนใจล่าสุด

Archive for the ‘บทความที่น่าสนใจ’ Category

ช่วยลูกน้อยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก

Saturday, November 15th, 2014

 

ช่วยลูกน้อยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก

การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงนั้นเป็นการวางรากฐานให้ลูกน้อยได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กคือการบริหารกล้ามเนื้อมือ นิ้วมือ ข้อมือ เท้า ปากและลิ้น เพื่อช่วยพัฒนาให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้และมีการสื่อสารที่ดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนให้เด็กหยิบจับสิ่งของต่างๆได้ด้วยตนเอง รวมถึงการเขียนหนังสือ การติดกระดุมเสื้อด้วยตนเอง หรือการผูกเชือกรองเท้าด้วยตนเอง เป็นต้น

การพัฒนาเด็กให้มีกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แข็งเเรงจึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกน้อย และช่วยให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กโดยการใช้มือ นิ้วมือ และข้อมือ ทั้งนี้ คุณสามารถหาวิธีการพัฒนาเด็กเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของอวัยวะอื่นๆแข็งแรงได้ที่นี่

กิจกรรมการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก 

  1. การปั้นแป้งโดว์

การปั้นแป้งโดว์ สามารถช่วยบริหารกล้ามเนื้อนิ้วมือ มือ และข้อมือได้ดีเลยทีเดียว เพราะเด็กต้องอาศัยอวัยวะต่างๆ เหล่านี้ในการปั้นแป้งโดว์ตามจินตนาการของเด็กๆ การเล่นแป้งโดว์นอกจากจะมีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อมัดเล็กเเล้วยังส่งผลดีไปถึงการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพราะต้องใช้เเขนในการออกเเรงปั้น และเคลื่อนไหวโยกย้ายแป้งโดว์ กิจกรรมนี้ยังส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ และเป็นวิธีเสริมสร้างสมาธิสำหรับเด็กได้เป็นอย่างดี (more…)

กิจกรรมส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน

Thursday, July 3rd, 2014

กิจกรรมส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน

 รูปภาพจาก Monica Holli

กิจกรรมส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน

การอ่านจะช่วยให้เยาวชนมีหนทางทำความเข้าใจในหลายๆ สิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่เด็กสามารถนำความรู้นั้นไปช่วยเหลือตนเองได้ ตัวอย่างเช่นวิธีการสร้างความมั่นใจในตนเอง ซึ่งวิธีการปรับปรุงตัวเองนั้นสามารถเริ่มต้นได้จากการอ่านเป็นหลัก การสร้างนิสัยรักการอ่านจึงช่วยปูรากฐานการเตรียมตัวที่ดีให้กับเด็กเมื่อเขาต้องเผชิญกับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี การอ่านอาจจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับเด็กๆ เพราะการดูภาพเคลื่อนไหวจากสื่อต่างๆ นั้นอาจจะทำให้เด็กรู้สึกเพลิดเพลินและสนใจกับสีสันและเสียงเสียมากกว่า เด็กอาจจะหลีกเลี่ยงการอ่านเพราะพวกเขาอาจจะไม่ได้สนใจกับเนื้อหาของหนังสือมากพอ

การที่จะทำให้เด็กๆสนใจการอ่านคือการให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมสำหรับเด็กที่น่าตื่นเต้นเพื่อส่งเสริมและแสดงให้พวกเขาเห็นว่าการอ่านนั้นเป็นเรื่องที่สนุกได้ อย่างเช่นกิจกรรมทั้ง 3รูปแบบด้านล่างนี้

ส่งเสริมการอ่านด้วยกิจกรรมสำหรับเด็ก

1. กิจกรรมส่งจดหมายรักให้เพื่อน

การได้รับจดหมายนั้นถือเป็นการฝึกหัดที่ดีสำหรับเด็กเพื่อการเรียนรู้การอ่าน เด็กยังสามารถฝึกการเขียนที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านการสื่อสารในการสร้างคำพูดต่างๆ ที่จะเขียนลงไปในจดหมาย อีกทั้งยังช่วยจัดระเบียบความคิดของพวกเขาในการเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นซึ่งผู้อ่านก็สามารถเพลิดเพลินไปด้วยได้เช่นกัน

การฝึกการอ่านโดยใช้จดหมายเป็นตัวช่วยนั้นแตกต่างจากการอ่านหนังสือที่มีคำศัพท์เป็นทางการ เพราะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่สนุกสนานของเด็กในชั้นปฐมวัย ซึ่งมักเป็นวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็น และการสานสัมพันธ์กับเพื่อนของเขานั้นยิ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะฉะนั้นการอ่านจดหมายจากเพื่อนสู่เพื่อนจึงเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับพวกเขา

กิจกรรมทั้งสองจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาการทักษะการอ่านและการเขียนที่ดี (more…)

การหัดเดินของลูก

Sunday, June 9th, 2013

การหัดเดินของลูก การหัดเดินของลูก

วันนี้เป็นเรื่องพื้นฐานอย่างเรื่องการหัดเดินของเจ้าหนูของเราค่ะ   การได้เห็นลูกวัยเตาะแตะก้าวเดินเป็นครั้งแรก เป็นเรื่องที่ทำให้พ่อแม่ทุกคนยิ้มแก้มปริ ซึ่งการจะฝึกฝนลูกวัยนี้ให้หัดเดินนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณพ่อคุณแม่แน่นอนค่ะ แต่ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะค่อยๆ คลาน ลุกขึ้นยืน และก้าวเดินได้อย่างฉลุยนั้น ต้องผ่านขั้นตอนอะไรกันบ้าง จะยุ่งยากและซับซ้อนขนาดไหนต้องมีเทคนิคกันเล็กน้อย ดังนี้ค่ะ

1. เปิดทางให้เรียนรู้

ช่วงที่ลูกยังเดินได้ไม่คล่องนัก ถ้าลูกร้องไห้อย่าเพิ่งรีบเข้าไปอุ้มลูกหรือช่วยแกให้ยืนขึ้นทันทีนะคะ แต่ให้กำลังใจแล้วปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้หาวิธีลุกหรือนั่งด้วยตนเอง จะช่วยให้ลูกมีความมั่นในใจการยืนและเดินมากขึ้นค่ะ

2. จัดสถานที่ให้ปลอดภัย

มีบริเวณกว้างพอให้เกาะยืนและก้าวเดินได้โดยที่ล้มแล้วไม่เป็นอันตราย ควรเป็นห้องโล่งไม่มีของวางกระจัดกระจาย ถ้าโต๊ะเก้าอี้มีขอบหรือมุมที่แหลมคม ควรหาผ้าหรือฟองน้ำนุ่มมาบุกันไว้ (more…)

เขย่าขนม Koala’s March ไปทำไม

Thursday, June 6th, 2013

เขย่าขนม Koala's March ไปทำไม

สำหรับน้องๆที่อยากจะรู้ว่าขนมรูปหมี Koala ไปทำไม ที่ตอนนี้เขานิยมซื้อมาเขย่ากัน เขาเขย่ากันทำไม เราจึงนำคลิปวีดีโอการเขย่าขนม Koala มาให้ชมครับ ปรากฏการ์ณนี้เรียกว่า Koala’s March ลองชมแล้วกันว่าเจ้าขนมรูปหมีชิ้นเล็กๆ ถ้าเราเขย่าไปสักครู่ใหญ่ๆ มันจะกลายเป็นอะไร ดูสนุกๆนะค่ะ เอาไว้คุยกับเพื่อนๆได้เดี๋ยวจะถูกหาว่าไม่อัพเดท ชม video clip of Koala’s March ด้านล่างค่ะ (more…)

ทำไมลูกพูดโกหก

Monday, June 3rd, 2013

เราขอนำบทความน่าสนใจจาก ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ให้กับคูณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองที่กำลังดูแลบุตรหลานของท่าน บททำไมลูกพูดโกหกความนี้แนะนำที่น่าสนใจเกี่ยวกับสาเหตุทำไมลูกพูดโกหก เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการเข้าใจลูกๆและหาวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

# เมื่อลูกพูดโกหก #

พ่อแม่มักรู้สึกไม่สบายใจเมื่อพบว่าลูกพูดโกหก แต่การพูดไม่ตรงความจริงของเด็กอาจมีหลายความหมาย ทั้งที่บ่งชี้ว่าน่าจะมีปัญหามากหรือไม่ได้มีปัญหาอะไรรุนแรงมากนัก  การพูดโกหกที่มักไม่มีปัญหาอะไรรุนแรง เช่น การพูดเล่าเรื่องต่างๆของเด็กวัยอนุบาล ที่มักมีการแต่งเติมมากกว่าความเป็นจริงหรือสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นวัยที่มีความสุขกับการจินตนาการเรื่องต่างๆ และยังแยกความจริงกับเรื่องที่จินตนาการได้ไม่ดีนัก หรือการพูดโกหกเพื่อปกป้องตนเอง คือจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองหรือหลีกเลี่ยงการกระทำบางอย่าง หรือการพูดโกหกของวัยรุ่นเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องการความเป็นอิสระจากพ่อแม่ หรือการพูดโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายจิตใจของคนอื่น เป็นต้น (more…)

ปรับพฤติกรรมลูกเชิงบวก…ด้วย star chart

Sunday, June 2nd, 2013

ปรับพฤติกรรมลูกเชิงบวก…ด้วย star chart- เราขอนำบทความน่าสนใจจาก ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ให้กับคูณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองที่กำลังดูแลบุตรหลานของท่าน บทความนี้แนะนำเทคนิคที่น่าสนใจในการ ปรับพฤติกรรมลูกเชิงบวก โดยการใช้ star chart  หรือการให้รางวัลด้วยรูปดาวเพื่อเป็นเครื่องกระตุ้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับพฤติกรรมลูกเชิงบวก...ด้วย star chart

มีแม่รายหนึ่ง บ่นกับผมว่า

กลุ้มใจ..ลูกป.1 แล้ว ไม่ยอมล้างก้นเอง แม่ก็ไม่อยากเสียเวลา ตัดรำคาญ เลยต้องทำให้ทุกครั้ง จนลูกติดนิสัยเคยตัว ไม่ยอมทำเอง ร้องให้แม่ทำให้ทุกครั้ง  ผมบอกแม่ว่า..อย่ามองว่าเป็นเรื่องเสียเวลา นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ฝึกลูก แต่ครั้นจะบังคับข่มขู่ ลูกก็คงไม่ยอมทำตามอยู่ดี ผมแนะนำให้แม่รายนี้ลองใช้ star chart ดู…

ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ สามารถปรับพฤติกรรมให้เด็กล้างก้นเองได้ จนทุกวันนี้ทำเองเป็นนิสัย โดยไม่งอแงให้แม่ทำให้อีกเลย…

หลักการของ star chart (ตารางดาว) คือ ให้แรงเสริมทางบวก(เป็น reward) เมื่อลูกสามารถทำตามพฤติกรรมเป้าหมายได้สำเร็จ (more…)

สีโปสเตอร์สำหรับเด็ก ปลอดสารพิษ

Thursday, May 30th, 2013

สีโปสเตอร์สำหรับเด็ก ปลอดสารพิษ-super-tempera

ขอแนะนำสีโปสเตอร์สำหรับเด็ก ปลอดสารพิษ สามารถล้างออกได้ เป็นสีที่มีคุณภาพเยี่ยมจากประเทศนิวซีแลนด์ FAS Super Tempera เหมาะสำหรับงานวาดเขียน และงานศิลปะ ที่ต้องการสีโทนสดใส และเฉดสีมาตราฐาน

  • สีโปสเตอร์คุณภาพเยี่ยมจากนิวซีแลนด์ แม้ทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานนับปี ก็ยังไม่ตกตะกอนแยกชั้นเหมือนสีโปสเตอร์ทั่วไป หากสีเลอะเสื้อผ้าก็สามารถซักออกได้ 100%
  • เนื้อสีเนียนละเอียด สีสวย เป็นที่นิยมใช้มากในโรงเรียนนานาชาติ
  • เป็นสีปลอดสารพิษ 100% (Non-Toxic)
  • เหมาะสำหรับใช้ในการเรียนการสอน การระบายสีพื้นที่ใหญ่ๆ สเตนซิลและเทคนิคการพิมพ์ต่างๆ ฟิงเกอร์เพนท์ และงานศิลปะทั่วไป
  • สามารถเปิดใช้ได้ทันที ตัวสีไม่แยกชั้นและไม่ต้องเขย่าหรือคนก่อนใช้
  • เม็ดสีให้โทนสีที่สดสว่าง ทำให้มีหลากหลายสีมาตรฐานให้เลือกและสามารถนำไปผสมก่อให้เกิดเฉดสีใหม่ๆได้
  • เป็นสีทึบแสงที่แห้งเร็วและยึดติดได้ดีทั้งพื้นผิวเรียบและหยาบ
  • ขนาด 500 ML.

คลิกสั่งซื้อได้ที่  Thaidraw.com (more…)

จับดินสอที่ถูกวิธี และภาพการจับดินสอที่ผิด

Wednesday, May 29th, 2013

จับดินสอที่ถูกวิธี และภาพการจับดินสอที่ผิด – หลังจากเปิดเทอมได้ไม่นาน มีคำถามจากคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับปัญหาการจับดินสอของเด็กๆ วันนี้เราขอนำการจับดินสอภาพการจับดินสอที่ถูกวิธี หรือที่เรียกว่าการจับดินสอแบบ Tripod Grip ซึ่งเป็นการจับดินสอโดยใช้นิ้วทั้ง 3 นิัวคือ นิ้วโป้ง นิ้งชี้ และนิ้วกลาง โดยนิ้วโป้งและนิ้วชี้อยู่บนตัวดินสอ ส่วนนิ้วกลางเป็นฐานให้ดินสอวาง Tripod Grip นี้เป็นวิธีการจับดินสอทั้งสำหรับคนที่ถนัดมือขวาและมือซ้าย  การจับดินสอแบบนี้จะทำให้ไม่เกิดการเกร็งของนิ้วและข้อมือมากเกินไป และยังเป็นการจับแบบธรรมชาติตามสรีระของนิ้วและมือ (more…)

10 ของใช้ใกล้ตัวที่มีโอกาสติดโรค

Friday, May 24th, 2013

วันนี้ขออัพเดทเรื่องใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะมองข้ามไปนะค่ะ 10 ของใช้ใกล้ตัวที่มีโอกาสติดโรค ซึ่งอาจจะทำให้สุขภาพที่เจ็บป่วยอย่างไม่รู้สาเหตุ แท้ที่จริง10 ของใช้ใกล้ตัวที่มีโอกาสติดโรคไม่ต้องคิดหาคำตอบให้ยาก เพราะต้นตอกลับอยู่ที่ของใช้ใกล้ตัว ที่ผู้ใช้ขาดการรักษาความสะอาด

 1. คอนแทคเลนส์

ติดตัวติดที่ตา ขออย่าใส่นอนข้ามคืนหรือแม้เป็นชนิดที่ใส่นอนได้ก็ไม่ควรอยู่ดี เพราะกระจกลูกตามีอาหารกินอยู่ทางเดียวคืออากาศ ด้วยมันปราศจากเส้นเลือดเลี้ยงจึงเป็นของที่ควรเปิดโล่งให้รับลมจะดีกว่า

 2. หมวกกันน็อค และที่คาดผม

ของติดศีรษะที่นำสิวมาให้ได้ โดยเฉพาะในหมวกกันน็อค ส่วนที่คาดผมหรือที่รัดผมนั้นจะทำให้ผมร่วงง่ายกลายเป็นคนผมบางไปโดยไม่รู้ตัว ขอให้นำหมวกกันน็อคออกมาตากแดดบ้าง ส่วนที่รัดผมขอพักไว้เวลาวันหยุดบ้างก็ได้ (more…)

เทคนิคช่วยลูกไปโรงเรียนวันแรกอย่างมีความสุข

Wednesday, May 15th, 2013

คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านอาจจะกำลังประสบปัญหาเมื่อส่งเจ้าตัวเล็กไปโรงเรียนในวันแรกๆ เราขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับ เทคนิคช่วยลูกไปโรงเรียนวันแรกเทคนิคช่วยลูกไปโรงเรียนวันแรกอย่างมีความสุข-1อย่างมีความสุข เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณพ่อคุณแม่นำไปปรับใช้กับลูกๆค่ะ บทความนี้มาจากเวบไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤษภาคม 2555

เมื่อลูกถึงวัยอนุบาลที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายเริ่มพาลูกไปโรงเรียน ในวันแรกๆ เรามักจะเห็นภาพของเจ้าตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดผู้ปกครองแน่น และภาพของคุณพ่อคุณแม่ยืนเฝ้าลูกไม่ไปไหนด้วยความเป็นห่วง รวมถึงภาพของคุณครูที่ต้องคอยปลอบเด็กๆ และอธิบายให้ผู้ปกครองฟังว่าไม่ต้องห่วงมากเกินไป แม้ว่าเด็กจะร้องไห้ก็ตาม

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่ลูกเพิ่งจะเข้าโรงเรียนอนุบาล และมีปัญหาร้องไห้ไม่ยอมไปโรงเรียน พญ.เพียงทิพย์ หังสพฤกษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ อธิบายถึงสาเหตุให้ฟังว่า การที่เด็กร้องไห้เมื่อไปโรงเรียนวันแรกๆ นั้น ถือเป็นพัฒนาการตามปกติของเด็ก เนื่องจากเด็กยังไม่เข้าใจในเหตุผลว่าทำไมต้องไปเรียนหนังสือ แม้พ่อแม่จะบอกว่าลูกไปเรียนเถอะจะได้ฉลาด โตขึ้นจะได้มีงานทำ แต่เด็กๆ ก็ยังไม่เข้าใจภาพที่ผู้ใหญ่บอกอยู่ดี เพราะไม่สามารถจินตนาการถึงภาพอนาคตที่ไกลขนาดนั้นได้ ยิ่งพ่อแม่บางคนขู่ว่าถ้าไม่ไปเรียนก็ไม่มีงานทำ จะต้องไปเป็นขอทาน กลับยิ่งทำให้เด็กเกิดความกลัวและกังวลมากขึ้น

“พ่อแม่ไม่ควรไปขู่เด็กว่าถ้าไม่ไปเรียนจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะจริงๆ แล้วการที่เด็กร้องไห้เมื่อต้องไปโรงเรียน อาจจะเป็นเพราะยังไม่เข้าใจว่าการไปโรงเรียน ต่างจากการถูกทอดทิ้งอย่างไร ซึ่งในเด็กบางคนอาจจะมีความจำฝังใจที่พ่อแม่ มักจะขู่ตอนที่ร้องไห้หรือดื้อว่า ถ้าร้องไห้เดี๋ยวแม่ไม่รัก เดี๋ยวแม่ไม่เลี้ยงแล้ว เดี๋ยวส่งไปอยู่โรงเรียนประจำอยู่กับครู ไม่ต้องกลับบ้าน ดังนั้นพอถึงเวลาที่ต้องไปโรงเรียนจริงๆ ความทรงจำเรื่องที่พ่อแม่ขู่และอาจฝังอยู่ในใจ ก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา ทำให้เข้าใจไปว่า นี่คงถึงเวลาแล้วที่พ่อแม่จะทอดทิ้งฉัน” จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอธิบาย (more…)