เราได้นำบทความเกี่ยวกับการเตรียมตัวลูกไปโรงเรียน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงสิ่งต่างๆเกี่ยวกับลูกของคุณ ในวันที่ต้องใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียน ซึ่งแน่นอนเตรียมตัวลูกไปโรงเรียนมันจะแตกต่างจากช่วงเวลาที่เขาอยู่ที่บ้าน นอกเหนือจากการเตรียมหนังสือ ชุด นักเรียน กระเป๋า รองเท้า ค่าเทอม ฯลฯ อีกสิ่งสำคัญ ที่คุณพ่อ คุณแม่ผู้ปกครอง ไม่ควรมองข้ามก็เห็นจะเป็นการปรับตัวเตรียมความพร้อม ก่อนไปโรงเรียน

พญ.วิรัลพัชร กิตติธะระพันธุ์จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลยุวประสารทไวทโยปถัมภ์ให้ความรู้แนะนำการเตรียมความพร้อมว่าการเตรียมตัวเตรียมใจก่อนไปโรงเรียนนอกเหนือจากลูกๆคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเตรียมตัวเช่นกันซึ่งการมีความพร้อมเข้าใจถึงสภาพปัญหาของลูกวัยเรียนนั้นมีความสำคัญและปัญหาที่มักพบในลูกวัยเรียนบ่อยครั้งนั่นคือเรื่องของการไม่ไปโรงเรียน ซึ่งพบประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์ในเด็กทุกวัยโดยถ้าเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กเล็กถือว่าปกติเป็นธรรมชาติ

แต่หากเกิดกับเด็กโตจากที่เคยไปโรงเรียนมาตลอดแล้วไม่อยากไปโรงเรียนผู้ปกครอง คุณครูควรให้ความช่วยเหลือเพราะอาจเกิดปัญหาร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ได้อย่างเช่น ซึมเศร้า ปัญหาบุคลิกภาพ การปรับตัวหรือความเครียดอย่างอื่นขณะที่อีกปัญหาเป็นเรื่อง การเรียนรู้ของลูก เรียนไม่ค่อยได้ เรียนไม่รู้เรื่องซึ่งอาจมีปัญหาสมาธิสั้น

การเตรียมตัวลูกไปโรงเรียน

“การไปโรงเรียนแม้จะเป็นหน้าที่ของเด็ก ๆแต่อย่างไรแล้วการไปเรียนของเด็กบางกลุ่มบางคนอาจมีความเครียดความวิตกกังวลปะปนอยู่ เช่นเด็กอนุบาลที่กำลังจะเริ่มเข้าโรงเรียนยังมีภาวะติดผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่และยังมีความกลัวคนแปลกหน้า แถมซ้ำในบรรยากาศมีเพื่อนคนอื่นร้องไห้งอแงเด็กก็จะมีความรู้สึกกังวลทันทีที่ผู้ปกครองมาส่งโรงเรียน

บางคนอาจมีความตื่นตระหนกเกิดความกลัว รู้สึกอ้างว้าง ฯลฯก็อาจทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน ในบางครั้งอาจมีข้ออ้างการปวดหัว ปวดท้อง ฯลฯที่ทำให้ไม่ต้องไปโรงเรียนซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นจะหายไปได้ภายใน 2-4 สัปดาห์หลังจากโรงเรียนเปิดเทอม”

แต่อย่างไรก็ตามในการเตรียมตัวเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันเปิดเทอม คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ด้วยการสร้างบรรยากาศให้อยากไปโรงเรียนด้วยการพาลูกไปทำความรู้จักกับโรงเรียนพบคุณครูพร้อมกับแนะนำบอกเล่าถึงสิ่งดี ๆสิ่งที่สนุกเมื่อไปโรงเรียนซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้กับเด็ก ๆอย่างการเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน อ่านหนังสือทำกิจกรรมที่สนใจและอีกสิ่งที่ต้องไม่มองข้ามคือบอกลูกให้รู้ถึงเวลาที่จะมารับกลับบ้านซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ไม่รู้สึกเดียวดายลดคลายความกังวลกับการไปโรงเรียนลงได้

“สาเหตุการไม่ไปโรงเรียนมีหลายสาเหตุต่างกันไปบางรายอาจมีปัญหาการปรับตัวที่ผิดปกติ อย่างกลัวโรงเรียน กลัวครูกลัวการต้องอยู่ที่โรงเรียน ฯลฯและส่วนหนึ่งอาจมีผลมาจากปัญหาสุขภาพจิตและแม้มีเปอร์เซ็นต์พบ ไม่มากแต่ผลกระทบระยะยาวที่จะเกิดขึ้น มีความน่า เป็นห่วง ทั้งนี้เพราะเด็กที่ไม่สามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้ก็จะทำให้ขาดโอกาสหลายอย่างไปในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิชาความรู้การปรับตัวเข้ากับสังคมการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น การเตรียมความพร้อมจึงมีความสำคัญผู้ปกครองควรดูแลใกล้ชิด”

นอกเหนือจากเด็กเล็กชั้นอนุบาล กลุ่มเด็กโตที่กำลังศึกษาในชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาปัญหาความไม่พร้อมไม่อยากไปโรงเรียนอาจมีความต่างกันไปไม่ได้เตรียมตัวลูกไปโรงเรียนเกิดจากการต้องห่างไกลจากพ่อ แม่ ผู้ปกครองแต่อาจเกิดจากความบกพร่องทางการเรียนรู้ เรียนไม่รู้เรื่อง มีปัญหาการอ่าน การเขียนการคำนวณ สมาธิสั้น ฯลฯ ซึ่งทำให้ท้อแท้หมดกำลังใจจะเรียนหนังสือต่อ  แต่อย่างไรก็ตามหากค้นพบว่าปัญหาการเรียนของลูกคือสิ่งใดและสามารถให้การช่วยเหลือแก้ไขแต่เนิ่นๆสิ่งเหล่านั้นก็จะดีขึ้นทำให้เด็กสามารถปรับตัวดีขึ้นมีความสุขกับการไปโรงเรียนนอกจากนี้ในระดับมหาวิทยาลัยเองก็เกิดปัญหาไม่อยากไปเรียนได้เช่นกันทั้งนี้เพราะบางคนอาจยังปรับตัวไม่ได้ยังไม่เคยชินกับการเรียนในมหาวิทยาลัยปีแรกของการเรียนมหาวิทยาลัยจึงพบปัญหาการรีไทร์ การเรียนในมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องปรับตัวดูแลตนเองมากขึ้น

“การเรียนรู้ของกลุ่มวัยรุ่นจุดหลักเป็นการค้นหาเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของตนเองว่าอยากจะเป็นอะไรชอบอะไรซึ่งเกราะที่จะช่วยป้องกันสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพวกเขาควรจะต้องช่วยให้เขาค้นพบความสามารถความชอบของตนเองและเมื่อไหร่ที่รู้ว่าชอบอะไรก็จะเกิดแรงจูงใจอยากจะทำสิ่งนั้นให้ดี  คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะเป็นพี่เลี้ยงอยู่ข้าง ๆเป็นผู้ช่วยดูแลแนะนำการเรียนให้ค้นเจอความชอบของตนเองซึ่งก็จะเป็นการต่อยอดเตรียมตัวสู่ระดับมหาวิทยาลัยอีกทั้งยังเป็นการช่วยลดความเครียดจากการสอบระบายความรู้สึกที่กดดันไม่ทำให้รู้สึกว่าอยู่ คนเดียวซึ่งเมื่อไหร่ที่เขามีความทุกข์ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้ ทุกข์คนเดียว”

ผู้ปกครองจึงควรมีความเข้าใจโดยเฉพาะ การพัฒนา การตามวัยซึ่งธรรมชาติของเด็กแต่ละช่วงวัยมีอารมณ์และความต้องการที่แตกต่างกัน อย่างช่วงอายุ 3-6 ขวบ เด็ก ๆ จะซึมซับบทบาทของพ่อแม่ เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ฯลฯแต่ผู้ปกครองมักมีความกังวลถึงการร้องไห้งอแงไม่อยากไปโรงเรียนซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติอย่างที่กล่าวเด็กวัยนี้ยังมีความกังวลกับการที่ ต้องห่างจากพ่อแม่แต่เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งก็จะเรียนรู้ปรับตัวปรับใจ  แต่ละช่วงวัยปัญหาจึงมีความต่างกัน เด็กเล็กเป็นเรื่องของการพลัดพราก ขณะที่วัยประถมเป็นเรื่องของปัญหาการเรียนรู้เด็กมัธยมเป็นเรื่องการได้รับการยอมรับจากเพื่อน ฯลฯและจากที่กำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของจิต วิทยาและระบบของการศึกษาจิตแพทย์ท่านเดิมบอกเล่าอีกว่า สิ่งหนึ่งที่จะเป็นคำตอบการศึกษาของเด็กคือ แรงจูงใจเชื่อว่าถ้ารู้สึกดี ประทับใจกับอะไรก็อยากจะเรียนรู้ศึกษาสิ่งนั้น

การเรียนรู้ของแต่ละคนแม้จะต่างกันไป เก่งในวิชาที่แตกต่างกันแต่สิ่งที่ผู้ปกครองควรเพิ่มความสนใจคือ การมองข้อเด่นความถนัด ความสนใจของเด็กควรส่งเสริม สิ่งนั้นไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ดนตรีหรือศิลปะ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้วัยเรียนสนุกไปกับการเรียนและดำรงชีวิตได้อย่างมีศักยภาพ  ช่วงเวลาของการเปิดเทอมจึงไม่เพียงแต่ลูกน้อยวัยเรียนที่ต้องเตรียมตัวกับการเข้าเรียนผู้ปกครองก็ควรเตรียมตัวเช่นกันและอยากให้นึก ถึงคำที่มีความหมาย เข้าใจ ห่วงใยให้อภัยและให้โอกาส การเรียนรู้ของลูกแพทย์ท่านเดิมกล่าวและก่อนถึงวันเปิดเทอมช่วงเวลานี้ที่ยังพอมีเวลาเหลืออยู่เป็นอีกโอกาสดีที่จะปรับตัวเตรียมความพร้อม ต้อนรับการไปโรงเรียนที่ใกล้จะมาถึง.

ที่มา: http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=8053

ยางฝึกจับดินสอแนะนำและออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัด จากประเทศอเมริกา

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini เหมาะสำหรับเด็กเริ่มหัดเขียนภาพยางฝึกจับดินสอ รุ่น Softยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Soft ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell