พ่อรวยสอนลูก (วางแผนการเงิน ให้รวยด้วยตัวเอง) โดย คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์พ่อรวยสอนลูก-kids-money-saving-trade

จากความคิดเห็นของคุณพ่อคุณแม่หลายท่านเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน ( Financial Plan) เพราะคุณผู้ปกครองหลายท่านเริ่มมีความกังวลกับอนาคตของลูกๆ หรือต้องการมีเวลาจากงานประจำให้มากขึ้น เพื่อดูและ อบรมลูกน้อยให้ได้มากที่สุด วันนี้เราจึงขอนำบทความเกี่ยวกับ Money Planning พ่อรวยสอนลูก (วางแผนการเงิน ให้รวยด้วยตัวเอง) มานำเสนอ ซึ่งเป็นบทความในหนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยคุณ จักรพงษ์ เมษพันธุ์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของการบริหาร และวางแผนทางการเงิน และยังเป็นแนวทางในการสอนลูกของเราให้มีวินัยทางการเงินตั้งแต่ยังเด็กคะ เพื่อจะได้ฝึกเป็นนิสัยที่ดีต่อไปเมื่อลูกๆโตขึ้น

แนวทางการสอนลูกให้มั่งคั่ง ประกอบด้วยพื้นฐานสำคัญ 4 เรื่องดังนี้

1.สอนให้รู้จักทำงานที่มี “คุณค่า”

แทนที่จะสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของ “เงิน” เพียงอย่างเดียว พ่อที่ดีควรสอนลูก ให้ลูกรู้จักคุณค่าของการทำงาน และต้องชี้ แนะชี้นำให้ลูกเห็นความสำคัญของการ ทำงานที่มี “คุณค่า” ด้วยงานที่มี “คุณค่า” ในที่นี้ หมายถึง งานที่สร้างประโยชน์ให้ทั้งกับตัวเราเองและ ผู้อื่น ในแง่ของตัวเราเอง งานที่เราทำ ให้ควรให้ความสุขทั้งทางกายและทางใจ มีเงินพอดูแลชีวิตและสร้างฐานะในทางที่ถูกต้อง ไม่เบียดเบียน ไม่เห็นแก่ตัว เอาประ โยชน์จากผู้อื่นจนเกินพอดี รัก ชอบ และภูมิใจในสิ่งที่ทำ

ในแง่ของผู้อื่น ก็ควรได้ประโยชน์ตามตกลงกัน เหมาะควรแก่ทรัพยากรที่เขามอบคืนให้แก่เรา ไม่ว่าจะเป็น เงินทอง โอกาส ความรู้ ความเป็นมิตร การยอมรับ และอื่นๆ ทั้งนี้คุณพ่ออาจเริ่มต้นสอนลูกง่ายๆ ด้วยการหางานที่เหมาะกับวัยให้ลูกทำ โดยมี “ค่าตอบแทน” ที่สมน้ำสมเนื้อกับคุณค่าของงานในบางคราว และค่าตอบแทนที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็น “เงิน” ด้วย เพราะบางครั้งแค่คำชื่นชมลูกบนโต๊ะอาหารเย็นต่อหน้าทุกคนในครอบครัว หรือเรื่องเล่าถึงการกระทำดีดีของลูก เวลาเพื่อนฝูงมาสังสรรค์ที่บ้าน ก็ถือเป็นการสอนให้ลูก รู้จักคำว่า “คุณค่า” ของงานแล้ว

สำหรับผม ค่าตอบแทนที่ผมให้ลูกเป็นประจำ คือ การกอดและบอกกับลูกว่า “ขอบคุณครับ ออกัสช่วยพ่อได้มากเลย”  ยิ่งลูกของคุณรู้จักสร้าง “คุณค่า” ได้มากเท่าไหร่ ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในชีวิต ก็จะยิ่งหลั่งไหลมาหาเขามากเท่านั้น และจะหลั่งไหลมาเอง โดยที่ไม่ต้องออกแรงวิ่งไล่จับเลย

2.ปลูกฝังทัศนคติแห่งความมั่งคั่งพ่อรวยสอนลูก-kids-money-saving-trade-2

เรื่องนี้ถือว่าไม่ง่ายนักสำหรับคุณพ่อที่ยังมีทัศนคติต่อชีวิตผิดๆ ความมั่งคั่ง เป็นเรื่องที่แปลก ยิ่งเราคิดว่าเราขาด เราก็ยิ่งจน แต่ถ้าเรารู้สึกว่ามี รู้สึกว่าพอ เรากลับยิ่งรวย ความมั่งคั่งไม่ได้วัดกันที่เงินในกระเป๋า แต่วัดกันที่สภาพความเป็นสุขของจิตใจ และที่สำคัญ “ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์เริ่มต้นจากคำพูดของเรา” คุณพ่อที่ชอบใช้คำพูดไม่ดี ใช้คำพูดของคนจน พวกเขาก็จะยิ่งจน ที่แย่กว่านั้นก็คือ พวกเขาแอบปลูกฝังความคิดของคนจนไว้ในหัวของลูกโดยไม่รู้ตัว “รู้ไหม…เงินมันหายาก” “ชาตินี้จะได้รวยกับเขาบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้” “อยากได้โน่นได้นี่ เงินหน่ะมีมั้ย” หรือ “เพราะพวก แกนั่นแหละ ฉันถึงเป็นแบบนี้”

คงไม่ต้องอธิบายว่า คำพูดข้างต้นเป็นคำพูดของคนรวยหรือคนจน ถ้าคุณอยาก ให้ลูกจนเหมือนกับคุณ ก็จงใช้คำพูดเหล่านั้นสั่งสอน พร่ำบ่น หรือว่ากล่าวให้ลูกได้ยิน ต่อไป แต่หากคุณเป็นพ่อที่ดี ที่อยากเห็นลูกมีชีวิตที่ดีกว่าตัวเอง ก็ลองเปลี่ยนคำพูดที่ใช้ดู

3.ใช้จ่ายเป็นตัวอย่าง

พ่อ-แม่ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่า 80% ของนิสัยการใช้จ่ายของลูก เรียนรู้จากพฤติกรรมและคำสอนของพ่อ-แม่ ลูกที่มีนิสัย ประหยัด ส่วนหนึ่งมาจากพ่อ-แม่ที่มีนิสัยประหยัด ส่วนลูกที่มีนิสัยสุรุ่ยสุร่าย ใช้เงินแก้ปัญหา ก็มักจะมาจากพ่อแม่ที่มีนิสัยแบบเดียวกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนไม่เข้าใจ ครั้งหนึ่งมีสถาบันการเงินชื่อดังอยากให้ผม จัดคอร์สให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องการออม และการใช้จ่าย ผมเสนอหลักสูตรว่า คุณพ่อ-คุณแม่หรือผู้ปกครองของเด็กจะต้องเข้าคอร์สด้วย ทางผู้จัดถึงกับส่ายหัว บอกว่า ยุ่งยาก ผมก็เลยปฏิเสธที่จะจัดคอร์สดังกล่าวให้ เวลาสองสามวันที่สอนเด็กไป ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะสุดท้ายแล้วเด็กก็กลับไปเจอต้นแบบของเขาอยู่ดี เรื่องนี้ไม่ต้องเสียเวลาสอน ทำให้ดูเป็นตัวอย่างก็พอ คุณพ่อคุณเองเวลา จะใช้จ่ายอะไรมีเหตุมีผลไหม ประมาณตัวเองในการใช้จ่ายบ้างหรือเปล่า และมองวันข้างหน้าบ้างไหม

เมื่อลูกร้องอยากได้อะไร อย่าซื้อแบบตัดปัญหา ลงทุนเวลาพูดคุยกับเขา เปิดใจรับฟังเขาก่อน ว่าทำไมเขาอยากได้ ให้เหตุผลและสร้างทางเลือกให้กับเขา สุดท้ายสร้างบทสรุปแบบที่ยอมรับกันได้ ครั้งหนึ่งผมพาออกัสไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า โซนของเด็กเล่น ทันทีที่เห็นรถยนต์ของเล่นในหนังการ์ตูน CARS ออกัส คว้ามาเลย 3-4 คัน ตกใจมาก เพราะตัวหนึ่งราคา 450 บาท คำถามแรกที่ผมถามลูกก็คือ “อยากได้เหรอ” ลูกผงกหัว อมยิ้มนิดๆ

สิ่งที่ผมบอกลูกคือ “พ่อมีเงินซื้อให้ลูกได้ทั้งสามนะ แต่ถ้าซื้อทั้งสามคัน เราจะต้องลดขนมที่จะซื้อให้ออกัส ออกัส อยากกินขนมเย็นนี้ไหม” แน่นอนว่าเจ้าตัวเล็กต้องอยากได้ขนมด้วย

“ในสามคันนี้ออกัสชอบคันไหนมากที่สุดหล่ะ เราซื้อคันนี้ก่อนดีไหม” ออกัสตกลง จำได้ว่าผมตั้งใจส่งแบงก์ 1 พันให้ ลูกไปจ่ายแคชเชียร์ เพื่อให้เกิดตังค์ทอน “เห็นไหม เราเหลือเงินไปซื้อขนมด้วยนะ” ก่อนกอดลูกหนึ่งครั้ง แล้วบอกเขา ว่าเขาเป็นเด็กดี (ปัจจุบันบ้านผมมีประมาณ 7 คัน 555) จำไว้ว่านิสัยการใช้จ่ายเงินของคุณถ่ายทอดสู่ผู้สืบสันดานโดยอัต โนมัติ ดังนั้นจงใช้จ่ายเป็นตัวอย่าง และอย่ารู้สึกเสียเวลา กับการสอนลูกเรื่องเงินทอง

4.สอนลูกให้รู้จักออม

ความมั่งคั่งไม่ได้ขึ้นกับเงินที่หาได้ แต่ขึ้นกับเงินที่เหลือ คนที่หาเงินได้มาก แล้วใช้จ่ายจนหมดไม่มีทางรวย แต่คนที่หาเงินได้ แล้วรู้จักเก็บ รู้จักออมต่างหากที่จะร่ำรวย ในอนาคต เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการซื้อกระปุกเล็กๆ ให้ลูกเก็บเงิน ทั้งนี้อาจจูงใจลูกด้วย การใช้วิธีเดียวกันกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ ลูกหยอดพ่อสมทบให้ ว่างๆ ก็แคะกระปุกมาดู นับจำนวนให้เขา ถ้าเขานับเลขได้แล้วก็ให้นับเอง ให้เขาสังเกตเห็น ความพอกพูนของเงินออมตัวเอง

หากลูกอยากได้อะไร ก็ให้เอาเงินในกระปุกซื้อ โดยพ่ออาจช่วยสมทบเงินให้ครึ่งหนึ่งหรือแล้วแต่สัญญากัน การทำวิธีนี้จะฝึกให้เขาคิดเองว่า เขาอยากได้สิ่งนั้นจริงหรือเปล่า หากเก็บได้เยอะแล้วก็พาลูกไปเปิดบัญชี ไปธนาคารกับลูกเป็นประจำ สอนเรื่องผลตอบแทนและดอกเบี้ย ที่สำคัญ ต้องสอนให้เห็นความสำคัญของการออม สอนให้เขาคิดถึงวันข้างหน้า สร้างกิจกรรมบ่มเพาะให้ลูกรู้จักการรอคอย โดยคุณพ่ออาจจูงใจด้วยประโยชน์ที่มากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีสอนลูกง่ายๆ ที่ผมเริ่มทำตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบ ไม่คิดว่าเร็วไป เพราะเชื่อว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สอนง่ายที่สุด จากวิธีการทั้งหมดที่ได้เล่าให้ฟังไปนั้น จะเห็นว่าการสอนลูกเรื่องเงินๆ ทองๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่พ่อ-แม่ซึ่งไม่ใส่ใจจะทำได้ แต่ก็ไม่ได้ยาก ถึงขั้นต้องเป็นกูรูทางการเงินเท่านั้นที่จะทำได้ เพราะวิธีการที่ดีและ ง่ายที่สุดที่จะสอนลูกก็คือ คุณพ่อต้องเป็นนักเรียนที่ดี บริหารการเงินของครอบครัวให้ดีเสียก่อน

สุดท้ายสิ่งที่จะปลูกฝังและสร้างชีวิตที่มั่งคั่งให้แก่ลูก ไม่ใช่การมุ่งหาเงินทองมากมายให้กับเขา แต่มันคือการให้เวลาอบรมสั่งสอน สร้างกิจกรรมกับลูก โดยมีตัวคุณพ่อเองเป็นแบบอย่างที่ดี

แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

หนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก Work book by KUMON

Are you ready for kindergarten? Verbal SkillsAre you ready for kindergarten? Match SkillsAre you ready for kindergarten? Pencil Skills

 

ยางฝึกจับดินสอแนะนำและออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัด จากประเทศอเมริกา

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini เหมาะสำหรับเด็กเริ่มหัดเขียนภาพยางฝึกจับดินสอ รุ่น Softยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Soft ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell