วันนี้เราขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับ โรคเด็กที่พบบ่อย ที่พ่อแม่ควรรู้ เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเรียน เด็กๆมีโอกาสออกนอกบ้าน ไปพบกับเพื่อนๆซึ่งอาจจะทำให้ติดโรคเด็กที่พบบ่อย-พ่อแม่-เด็กเล็ก-รักษาเชื้อโรคบางอย่างกลับมาได้ หรืออาจจะเกิดโรคขึ้นเอง ดังนั้นวันนี้เราขอนำบทความจากโรงพยาบาลสมิติเวช เรื่อง โรคเด็กที่พบบ่อย ที่พ่อแม่ควรรู้ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในกรณีที่ลูกของท่านอาจจะมีอาการผิดปกติบางอย่างนะคะ บทความนี้จะนำเสนอ 3 โรคที่พบบ่อยในเด็กคะ

  • ตากุ้งยิง
  • ต่อมทอนซิลอักเสบ
  • แผลร้อนใน ในช่องปาก Aphthous ulcer

ตากุ้งยิง

คือ อาการอักเสบของเปลือกตา จะมีอาการบวมแดง เจ็บ บริเวณเปลือกตา บางครั้งจะเห็นเป็นหัวฝี ที่มีหนองอยู่ภายในส่วนใหญ่แล้วจะหายไปได้เองในไม่กี่วัน โดยที่มีอาการเจ็บหรือระคายเคืองเปลือกตาซึ่งอาจจะสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบอุ่นที่เปลือกตา

อาการที่พบ ได้แก่ บวมแดงที่เปลือกตา ปวดเปลือกตา มีนํ้าตาไหล โดยทั่วไปอาการจะไม่เป็นอันตราย และไม่มีผลต่อการมองเห็น การดูแลเบื้องต้นโดยการประคบอุ่นจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แต่หากว่ามีอาการเกินสัปดาห์ควรพบแพทย์ หรือรอยบวมแดง ลุกลามมาถึงแก้ม หรือส่วนอื่นๆ ของใบหน้าต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน

สาเหตุ มีการติดเชื้อแบคทีเรีย จากการสัมผัส มักเกิดจากการขยี้ตา โดยที่มือไม่สะอาด ทำให้เชื้อโรคเข้าไปได้ การอักเสบของเปลือกตา โดยมีการอักเสบเรื้อรังที่ขอบของเปลือกตา ทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาภายหลัง

ปัจจัยเสี่ยง การเปลี่ยน Contact lenses โดยไม่ล้างมือ Contact lenses ไม่สะอาด ไม่ได้ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน ใช้เครื่องสำอางเก่าหรือหมดอายุแล้ว

การตรวจ แพทย์จะทำการตรวจโดยดูที่เปลือกตา ก็จะสามารถพบลักษณะตากุ้งยิงได้ และในบางครั้งอาจจะทำการตรวจเพาะเชื้อ เพื่อดูว่าเกิดจากการติดเชื้อใดเพื่อที่จะได้ให้ยาแก้อักเสบที่เหมาะสม

 การรักษา การให้ยาแก้อักเสบ อาจจะใช้ชนิดหยอดตา หรือขี้ผึ้งป้ายที่เปลือกตา ถ้าการติดเชื้อมากขึ้นอาจจะให้ยาแก้อักเสบรับประทานควบคู่กันไป การผ่าเอาหนองออก ในกรณีให้ยาแก้อักเสบแล้วไม่ยุบลง หรือว่าฝีมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เพื่อลดอาการปวดและระบายหนองออกมา ห้ามขยี้ตา อาจใช้ผ้าอุ่นๆ ประคบที่เปลือกตา งดการใช้ contact lenses ดูแลดวงตาให้สะอาด

ต่อมทอนซิลอักเสบ

มีใครเคยเป็นต่อมทอนซิลอักเสบบ้างครับ โรคนี้เกิดจากการติดเืชื้อที่ต่อมทอนซิล ทำให้มีอาการเจ็บคอ กลืนเจ็บ ไข้สูง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อโรคเด็กที่พบบ่อย-พ่อแม่-เด็กเล็ก-รักษาแบคทีเรียก็ได้ สมัยก่อนนิยมตัดต่อมทอนซิลในรายที่มีอาการติดเชื้อบ่อย ๆ แต่ในปัจจุบันจะทำการผ่าตัดเมื่อการรักษาโดยวิธีอื่น ๆ ไม่ค่อยได้ผล

อาการที่เป็น จะมีต่อมทอนซิลบวมแดง หรือเห็นเป็นหนอง หรือเป็นแผ่นขาว ๆ ที่ทอนซิล คนไข้จะเจ็บคอมาก กลืนลำบาก ไข้สูงและหนาวสั่นร่วมด้วย ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวเยอะ บางคนจะมีเสียงแหบด้วย

เชื้อไวรัสที่พบบ่อยคือเชื้อ EBV ซึ่งจะพบต่อมน้ำเหลืองโตด้วย ส่วนที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียจะเป็นพวก Group A streptococci ซึ่งจำเป็นต้องได้รับยา antibiotic

ในการตรวจแพทย์เมื่อตรวจร่างกายพบการติดเชื้อของทอนซิลจะป้ายหนองบริเวณทอนซิลไปเพาะเชื้อ และตรวจเลือดดูปริมาณและชนิดเม็ดเลือดขาว โดยส่วนใหญ่การรักษาจะใช้เเวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ต้องพยายามดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ ใช้ยาลดไข้แก้ปวดได้ตามอาการ น้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาวอาจจะช่วยให้สบายคอมากขึ้น ควรใช้เสียงเท่าที่จำเป็น ใครที่ชอบเม้าก็ใช้ FB ไปก่อนแล้วกันครับ หลีกเลี่ยงฝุ่น บุหรี่ ควรพักผ่อนสองสามวันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อด้วย

การผ่าตัดมักจะแนะนำในเด็กที่มีการติดเชื้อมากกว่า 7 ครั้งในหนึ่งปี หรือ มากกว่า 5 ครั้งติดต่อกันสองปี หรือมากกว่า 3 ครั้งติดต่อกันสามปี นอกจากนี้หากมีการติดเชื้อแบบรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาจนกลายเป็นฝี ก็จำเป็นจะต้องผ่าตัดด้วยเช่นกัน

แผลร้อนใน ในช่องปาก Aphthous ulcer

ทุกๆ คน คงเคยจะเป็นแผลร้อนในในปากกันมาบ้าง ลักษณะก็จะเป็นแผลอยู่ช่องปาก ที่ริมฝีปากด้านใน หรือกระพุ้งแก้ม เจ็บขนาดถ้าเผลอรับประทานของร้อน หรือของเผ็ดแล้วน้ำตาเล็ดได้

โรคนี้ถ้าเป็นบ่อยๆ จะเรียกว่า RAS recurrent aphthous stomatitis ซึ่งต้องแยกจากโรคอื่นเช่น การติดเชื้อไวรัส หรือ เชื้อเริม การเป็นแผลแบบเป็นๆ หายๆ นี้ พบได้ประมาณ 10 % ผู้หญิงจะพบมากกว่าผู้ชาย และอาจมีประวัติในครอบครัว

แผลเล็กๆ ขนาดไม่เกินหนึ่งเซนติเมตร จะหายได้ใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้าใหญ่กว่านั้น อาจต้องใช้เวลาสองสัปดาห์และอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้

สาเหตุของแผลร้อนใน นั้น ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องเช่นจากผลไม้เปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม, การถูกกระแทก หรือการกัดโดน เช่นจากแปรงสีฟัน การดัดฟัน การสบฟันผิดปกติ, ความเครียด, แพ้อาหาร, คนที่น้ำหนักลดเร็วมาก, ขาดสารอาหารพวก วิตามินบี12 ธาตุเหล็ก และโฟลิก

การรักษา

แรกสุดคือการป้องกัน เช่นการพบทันตแพทย์เป็นประจำ ลดความเครียด ทานอาหารที่มี vitamin b12  เมื่อเป็นแล้ว อย่าทานของเผ็ด ให้กลั้วปากด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำยาบ้วนปาก หรือใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาที่ใช้กันเป็นประจำคือ kenalogซึ่งเป็นยาป้ายสำหรับแผลในปาก ถ้า แผลอยู่ลึกอาจป้ายยาใส่ cotton bud ก่อนแล้วจึงป้ายที่แผลอีกที

สมัยเด็กๆ ใครเคยโดนกวาดคอ ด้วยยาจีน หมอไม่รู้ชื่อเหมือนกัน อยู่ในขวดพลาสติกเล็ก ๆ สีส้ม เป็นผงสีดำ ๆ ยาอะไรไม่รู้ แต่หายเร็วดี หายเร็วกว่า kenalog อีก ที่สำคัญคือดื่มน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนให้พอ ทานอาหารที่มีวิตามิน B และธาตเหล็กเพิ่ม คือ พวกผักใบเขียว เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

แหล่งข้อมูล : http://www.aiglemag.com

หนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก Work book by KUMON

Are you ready for kindergarten? Verbal SkillsAre you ready for kindergarten? Match SkillsAre you ready for kindergarten? Pencil Skills

ยางฝึกจับดินสอแนะนำและออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัด จากประเทศอเมริกา

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini เหมาะสำหรับเด็กเริ่มหัดเขียนภาพยางฝึกจับดินสอ รุ่น Softยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Soft ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell