การเสวนาเรื่อง “ สมองเด็กไทย … รอไม่ไหวแล้ว ”สมองเด็กไทย-สัมมนา-พัฒนาสิตปัญญาเด็กไทย

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 11.00 น.

ณ ห้องประชุมกรมสุขภาพจิต

ผู้ร่วมเสวนา

1. นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต

2. นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทรักลูกกรุ๊ป จำกัด

ผู้ดำเนินการเสวนา

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล

การเสวนา

นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์

ไอโอดีนเป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกายสำหรับใช้ในการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนซึ่งมีบทบาทในการควบคุมการเจริญเติบโตของสมองและระบบประสาท ไอโอดีนมีความสำคัญตั้งแต่ช่วงที่เด็กอยู่ในครรภ์แม่เพราะไอโอดีนที่ได้รับจากแม่ช่วงนั้นจะถูกส่งไปยังตัวอ่อนเพื่อสร้างเซลส์ประสาท และมีผลกับการจัดระเบียบของเซลส์ประสาทคือ เซลส์สมองส่วนที่มีการจัดระเบียบใยประสาทจะเพิ่มการเชื่อมต่อใหม่ขึ้นอย่างมากเช่นเดียวกันเนื้อใยประสาทสมองจะมีความหนามากขึ้นหากมีสารไอโอดีนเป็นตัวขับเคลื่อน ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ของมนุษย์เกิดขึ้นหลังจากเด็กคลอดแล้วจนถึงอายุ 5 ปี ไอโอดีนก็ยังคงมีความสำคัญต่อเนื่องในการสร้างใยประสาท การสร้างจุดเชื่อมต่อ และวงจรการเรียนรู้

การเสวนาเรื่อง “ สมองเด็กไทย … รอไม่ไหวแล้ว ”

พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กควรได้รับทั้งสารที่จำเป็น คือ ไอโอดีน และการส่งเสริมพัฒนาการในวัยสมองเด็กไทย-สัมมนา-พัฒนาสิตปัญญาเด็กไทย-2ที่เหมาะสม การขาดสารไอโอดีนมีผลต่อพัฒนาการช่วงแรกเริ่ม คือ ช่วงที่สมองมีการสร้างเซลส์สมองจำนวนมาก การเชื่อมต่อ และการนำกระแสประสาท หากขาดสารนี้ในระยะการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในครรภ์เด็กจะเกิดความผิดปกติตั้งแต่พัฒนาการในครรภ์ สมองตัวอ่อนในครรภ์จะเสียหาย โดยเฉพาะเซลส์ประสาท ส่วนการขาดการส่งเสริมพัฒนาการก็จะมีผลต่อการสร้างจุดเชื่อมต่อและวงจรเรียนรู้ในช่วงพัฒนาการเด็กวัยต่อมา ซึ่งทั้งคู่ก็จะทำให้เด็กขาดศักยภาพในการเรียนรู้ แต่ปัญหาที่สำคัญ คือ การเจริญของสมองที่เกิดขึ้นช่วงแรกเริ่มถึงขวบปีแรกโดยไม่ได้รับสารที่จำเป็น คือ ไอโอดีน จะค่อยๆพัฒนาลดลงซึ่งยากที่จะส่งเสริมภายหลังได้ อันจะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากรไทย ซึ่งหมายถึงความสามารถในการแข่งขันด้วยผลของการให้ไอโอดีนและมาตรการต่อการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยในอีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อพิจารณาจากแผนภาพ พบว่าสภาพการณ์ปัจจุบันจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นหากในแต่ละช่วงวัยได้รับการเสริมทุนที่เหมาะสมได้แก่ ช่วงวัย 0-2 ปี เสริมเรื่องโภชนาการ และการส่งเสริมพัฒนาการ ช่วงวัย 3-5 ปี ส่งเสริมพัฒนาการ (ต้นทุนDQ) และโภชนาการ ช่วงวัย 6-12 ปี ส่งเสริมเรื่องสติปัญญา (ต้นทุน IQ) การเรียนการสอน และโภชนาการโดยสรุปความสำคัญของการสำรวจสถานการณ์ IQ เด็กไทยของกรมสุขภาพจิตครั้งนี้สมองเด็กไทย-สัมมนา-พัฒนาสิตปัญญาเด็กไทย-3

1. เพื่อเป็นตัวแทนของประชากรเด็กไทย

2. การใช้เครื่องมือที่น่าเชื่อถือ สำหรับการสำรวจสถานการณ์ IQ เด็กไทยครั้งนี้ใช้แบบทดสอบเชาวน์ปัญญา

ที่ไม่ใช้ภาษา ( Non-verbal Intelligence Test ) คือ SPM (Standart Progressive Matrices : Classic /

Parallel)

3. ดำเนินการวิจัยโดยวิชาชีพ คือ นักจิตวิทยา วันที่ 9 ธันวาคม 2553 จะมีการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ในแนวทางการสำรวจข้อมูลฐาน IQ

4. การสำรวจทำให้ได้ข้อมูลรายจังหวัด ซึ่งมีความสำคัญดังนี้เป็นฐานข้อมูลเพื่อการแก้ไขปัญหา หลังการสำรวจถ้า IQ ต่ำจะเน้นแก้ปัญหาที่การเสริมไอโอดีน โดยความร่วมมือกับ WHO การหามาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง การทำแผนพัฒนาเด็ก สำหรับกรมสุขภาพจิตก็จะมีการสำรวจสถานการณ์ IQ ในวันที่ 13 – 24 ธันวาคม 2553 ประกาศผลการสำรวจช่วงเดือนมกราคม 2554 กลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศประมาณ 100,000 ราย สำรวจตั้งแต่ประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา

มีการลำดับความสำคัญการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม และสร้างความตระหนักร่วมกันเร่องการเรียนรู้ การประกอบอาชีพนำตนเพื่อให้พ้นจากความยากจนหลายท่านอาจมีคำถามว่าความพยายามในการแก้ปัญหาเรื่องการขาดสารไอโอดีน มีมาตั้งแต่อดีตแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากในอดีตการแก้ปัญหาใช้วิธีคิดแบบเข้าหาเป้าหมายเฉพาะกลุ่มเสี่ยงแต่ปัจจุบันลักษณะการแก้ปัญหาจะเป็นแบบครอบจักรวาล (Universal) โดยมีมาตรการทั่วไปเป็นตัวนำ คือ เข้าถึงประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม และจากนั้นหากพื้นที่ใดมีปัญหาก็จะมีมาตรการเสริมเฉพาะเจาะจงด้วย

การเสวนาเรื่อง “ สมองเด็กไทย … รอไม่ไหวแล้ว ”  สมองเด็กไทย-สัมมนา-พัฒนาสิตปัญญาเด็กไทย-4

นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร

จากประสบการณ์การทำงานที่ผสมผสานทั้งเรื่องวิชาชีพแพทย์ และปัจจุบันเป็นสื่อมวลชน ทำให้มีมุมมองว่าประเทศไทยมีความจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาตั้งแต่วัยเด็ก ถ้าเปรียบมนุษย์เหมือนคอมพิวเตอร์ สมองเปรียบได้กับ Hardware ที่เป็นความจำหลักที่สำคัญมาก ส่วน Software เปรียบได้กับ ข้อมูลที่ได้รับเข้ามา การทำงานที่มีประสิทธิภาพจะต้องดูแลสิ่งที่เป็นพื้นฐานก่อน เช่นเดียวกันถ้าจะพัฒนาการเรียนรู้ของมนุษย์ควรพิจารณาเรื่องการพัฒนาสมองเป็นอันดับแรกมุมมองเรื่องเป้าหมายของการพัฒนาเด็กไทยที่เคยเสนอต่อกรมสุขภาพจิต คือ เด็กไทยควรได้รับการพัฒนาอย่างครอบคลุมไม่ควรมองแต่ที่จะพัฒนาแค่ IQ เท่านั้นเพราะในอนาคตอีก 40 – 50 ปี เด็กต้องเผชิญกับความผันผวนทางสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาด้านอื่นเสริมด้วย ได้แก่

1. ความเป็นคน

2. ศักยภาพในการใช้ความคิดสร้างสรรค์

3. Resillience

จากประเด็นนี้มองว่ากระบวนการที่จะพัฒนาให้เด็กมีความสามารถดังที่กล่าวกิจกรรมไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เช่น การเล่นของเด็ก ดนตรี ถ้าท่านอ่านกิจกรรมตามหนังสือนี้ คือสิ่งที่อยากให้เกิด สิ่งที่อยากให้เกิด คือพ่อแม่ไทยควรรู้ว่าเด็กวัย 0-5 ปีสมองของเด็กพัฒนาไวมาก การจะพัฒนาต้องใช้สารไอโอดีนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ถ้าเตรียมดีมาตั้งแต่แรกจากนั้นค่อยเติมสิ่งกระตุ้นเข้าไปด้วย ดังเช่น การกอดไม่ใช้แค่เป็นเรื่องกอด แต่มีผลงานวิจัยว่าทำให้เกิด Nerve Growth Factor ผ่านอ้อมกอด ( อ้างถึง 10 บัญญัติสมองดีมอบให้กับลูกในช่วง 5 ปีแรกของชีวิต ได้แก่ 1. พ่อแม่ คือ แบบอย่างสร้างสมองลูก 2. เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายสมองลูก 3. ยิ่งกอดสมองยิ่งเก่ง 4. กินดีสมองดี 5. 8 ส. ทักษะธรรมชาติในการเรียนรู้ 6. เมื่อลูกเล่นสมองลูกกำลังแล่น 7. อ่านสร้างสมอง 8. ศิลปะสร้างสุนทรียะ สร้างสมอง 9. ตัวโน๊ตสร้างทำนอง ดนตรีสร้างสมอง 10. พลังกีฬายาดีต่อสมอง ) โดยสรุป คือ ไม่อยากให้มองแต่เรื่องของ IQ แต่ต้องมองที่จะมองการพัฒนาให้เด็กมีความสามารถต่อสู้กับอุปสรรคด้วย แต่ถึงแม้โครงการ ณ ปัจจุบันดำเนินในการพัฒนาปัจจัยที่เป็นพื้นฐาน คือ ไอโอดีน ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะเราต้องเริ่มที่จะทำอะไรบางอย่าง เรารอไม่ได้แล้วเพราะตอนนี้ปัญหาหลักที่กำลังเกิดขึ้นและท้าทายในสังคมไทย คือ

1. เด็กไทยมีอัตราการเกิดน้อยลง มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น คนไทยรุ่นต่อไปจะมีอัตราการแบกรับภาระสูงมากเพราะฉะนั้นการพัฒนาคุณภาพเด็กจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุควบคู่กันไปด้วย

2. ปัจจุบันโลกสู้กันด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประเทศในแถบเอเชียกำลังเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ในอนาคตจะมีโครงการลักษณะ Mega มากมาย เพราะนั้นต้องเตรียมพัฒนาคน นับเป็นความก้าวหน้าของกรมสุขภาพจิตที่เห็นความสำคัญและดำเนินงานเรื่องนี้มา ฝากในเรื่องของการพัฒนาต้องพัฒนาให้ครบถ้วน (Complete) ไม่เน้นจุดใดจุดหนึ่งเพราะการเน้นเฉพาะจุดอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

คำถามจากสื่อมวลชน

ปริมาณความต้องการสารไอโอดีนในแต่ละกลุ่มวัยมีความแตกต่างกันหรือไม่ ?

นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์

ปริมาณความต้องการสารไอโอดีนมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม หญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มที่มีความต้องการสารไอโอดีนในปริมาณที่สูงมากเพราะนำไปใช้ในกระบวนการขับเคลื่อนในการพัฒนาเซลส์สมองและประสาทของทารกที่อยู่ในครรภ์ ทารกในวัยนี้มีการแบ่งเซลส์ที่รวดเร็วมาก

คำถามจากสื่อมวลชน

จากการสำรวจปัญหาของสมองที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน มีความจำเป็นต้องเสริมไอโอดีนมากแค่ไหน ใช้เวลานานแค่ไหน และการเสริมไอโอดีนในปริมาณที่มากเกินไปจะมีผลอย่างไรบ้าง ?

นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์

ปัจจุบันมีหลายประเทศที่มีนโยบายเสริมไอโอดีนลงไปในอาหารอย่างครอบคลุมในทวีปต่างๆ เช่น สหรัฐเอเมริกา ยุโรป ยังไม่พบรายงานปัญหาจากการได้รับไอโอดีนในปริมาณมากเกินไป แต่สิ่งที่คาดหวังในประเทศไทย คือ ขอให้มีการเสริมไอโอดีนในอาหารจริงๆเท่านั้น

นายแพทย์อุดม เพชรสังหาร

หลายประเทศที่มีรายงานว่ามีประชากรที่มีคุณภาพ ประชากรมี IQ ดี ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์โดยเฉพาะที่เมืองเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีนประชาชนมี IQ สูงมาก มีคนอธิบายเอาไว้ว่าประเทศเหล่านี้อยู่ในแถบโลกใหม่ที่โผล่มาจากผืนน้ำจึงเป็นแถบภูมิประเทศนั้นมีเกลือไอโอดีนสูง จากการตรวจสอบปัสสาวะของประชากรในประเทศญี่ปุ่นพบมีไอโอดีนมากกว่าปริมาณไอโอดีนที่พบในโลกกว่า 20 เท่า ในบางประเทศใส่ไอโอดีนในอาหารทุกอย่าง บางประเทศมีกฎหมายเรื่องเกลือในอาหารสัตว์ก็ต้องเป็นเกลือไอโอดีน มีการรายงานว่าเกิดปรากฏการณ์ Hyperthyroid บ้างในประชากรบางกลุ่มเท่านั้นพบว่ามักเกิดกับคนที่เคยขาดสารไอโอดีนอย่างรุนแรงซึ่งปัญหานี้เป็นสิ่งที่เราพอจะมีมาตรการในการล้อมกรอบปัญหานี้ได้ อย่างไรก็ตามไม่ต้องกังวลกับเรื่องผลของปริมาณไอโอดีนที่มากเกินแต่สิ่งที่อยากให้เกิดคือ หากจะใช้เครื่องปรุงรส หรือใช้เกลือขอให้มีการใช้เกลือไอโอดีนในปริมาณที่พอเหมาะ อาจมีการรณรงค์ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องให้มีการเสริมไอโอดีนลงไปในอาหารเพราะอาจถูกต้านโดยภาคธุรกิจที่ต้องการเพิ่มต้นทุนการผลิต ถึงแม้จะมีกระบวนการต่อรองดังกล่าวบ้าง แต่ก็เน้นย้ำถึงความจำเป็น และความสำคัญที่จะต้องมีการเสริมไอโอดีนในอาหาร

คำถามจากสื่อมวลชน

การใช้เครื่องมือในการสำรวจสถานการณ์สติปัญญาในเด็กไทยครั้งนี้ใช้ SPM อยากถามว่านำมาใช้ครั้ง

แรกในประเทศเราหรือไม่ ?

นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์

SPM (Standart Progressive Matrices : Classic / Parallel) เป็นแบบทดสอบเชาวน์ปัญญาที่ไม่ใช้ภาษา ( Non-verbal Intelligence Test ) ลักษณะการทดสอบโดยให้เด็กดูรูปแล้วเลือกรูป ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ภาษาเวลาที่ใช้ทดสอบประมาณ 40 นาที การใช้แบบทดสอบนี้เคยใช้ทดสอบในประเทศไทยมาก่อน แต่ครั้งนี้เป็นการใช้สำรวจที่ Cover มาก

คำถามจากสื่อมวลชน

ในอดีตการใช้เครื่องมือ SPM มีผลว่าค่า IQ ที่วัดได้มากน้อยอย่างไร ?

นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์

ค่า IQ โดยเฉลี่ย (Mean) เท่ากับ 100 แต่ถ้ามีปัญหา IQ จะมีคะแนนน้อยกว่า 100 ถ้าประสบความสำเร็จในการส่งเสริม พัฒนา และกระตุ้น ก็จะมากกว่า 100

Source: http://www.iqeqdekthai.com/project/research_view.php?id=316
ดูเพลงสอนเด็กเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้

ยางฝึกจับดินสอแนะนำและออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัด จากประเทศอเมริกา

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini เหมาะสำหรับเด็กเริ่มหัดเขียนภาพยางฝึกจับดินสอ รุ่น Softยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Soft ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell