ปัญหาของเด็กสมาธิสั้น

การช่วยเหลือปัญหาของเด็กสมาธิสั้นนั้น  นอกจากแพทย์จะรักษาด้วยการใช้ยาเพื่อเสริมสร้างให้เด็กมีสมาธิในการเรียนแล้ว ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการค้นหาและฝึกเด็กให้มีทักษะหลายประการที่เด็กสมาธิสั้นยังขาดอยู่  ซึ่งการขาดทักษะเหล่านั้น  แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมต่างๆที่ทำให้หนักใจ  เช่น  ดื้อ  ซน  พูดไม่ฟัง  ไม่มีระเบียบวินัย  ไม่คิดก่อนทำ ไม่รอบคอบ  ประมาทเลินเล่อ  เอาแต่ใจตัวเอง     การแก้ไขพฤติกรรมต่างๆนั้น  ส่วนใหญ่จะยากลำบาก  เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาของเด็กสมาธิสั้น เราควรทำความเข้าใจและรู้จักโรคสมาธิสั้นให้มากขึ้นจากบทความข้างล่างนี้

รู้จัก…โรคสมาธิสั้น

แพทย์หญิง สุธิรา ริ้วเหลือง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ได้อธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นไว้ ดังนี้

“ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าโรคสมาธิสั้นมีสาเหตุจากความผิดปกติของสมองโดย ตรง ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดู ซึ่งพ่อแม่บางคนจะโทษตัวเองว่าเกิดจากตนเองเลี้ยงดูไม่ดีหรือเปล่า จริงๆ แล้วไม่ใช่ค่ะ แต่การเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง หรือสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจจะมีส่วนทำให้เด็กที่เป็นสมาธิสั้น มีอาการจะแย่ลง หรือมีปัญหาแทรกซ้อนได้มากขึ้น และต้องย้ำว่าไม่ใช่เพราะเด็กแกล้ง หรือเรียกร้องความสนใจ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ทำงาน หรือไม่ทำการบ้าน”

ปัญหาของเด็กสมาธิสั้นพบ ในวัยไหนมากที่สุดปัญหาของเด็กสมาธิสั้น

“สำหรับเด็กไทย พบประมาณ 5-6 เปอร์เซ็นต์ ในเด็กวัยเรียน ถามว่าส่วนใหญ่วัยไหนเป็น จริงๆ แล้วพบตั้งแต่เด็กเล็ก คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังไม่สามารถตรวจพบได้ แต่มักจะมีเสียงทักจากคนรอบข้างบ่อยครั้งเลยค่ะ ตอนที่ลูกยังเด็ก เช่น ครูมักบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าลูกซนกว่าเด็กทั่วไปนะคะ หรือคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตกับลูกคนอื่นก่อนหรือเด็กข้างบ้านว่าลูกเราซน จริงๆ แต่หลายท่านมักคิดว่าสรุปว่าเป็นไปตามวัยของเด็ก ซึ่งหมอขอยอมรับค่ะว่า บางครั้งก็ดูยากจริงๆ ทำให้มักจะพามาตอนที่เด็กชั้นประถามแล้ว เพราะสังเกตว่า ลูกไม่สามารถนั่งนิ่งได้ เช่น หนึ่งคาบประมาณ 50 นาที ครูมักรายงานคุณพ่อคุณแม่ค่ะว่านั่งได้ไม่ถึง 5 นาที ทำงานไม่เสร็จ วอกแวก ลุกจากที่นั่ง นั่งนิ่งไม่ได้ ชวนเพื่อนคุย และมักเป็นวิชาที่ต้องนั่งนิ่ง ทำงานหรือใช่สมาธิมากๆ
ลองสังเกตดูนะคะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่แน่ใจ อาการทั้งหมดที่หมอกล่าวมาควรเป็นก่อน 7 ขวบ และเป็นมานานต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าเพิ่งเริ่มเป็นตอนโต และเป็นอย่างน้อย 2 สถานการณ์ คือ ที่บ้านหรือโรงเรียน เช่น บางคนอาจจะไม่ชอบไปโรงเรียน แต่พออยู่ที่บ้านแล้วสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี อย่างนี้หมอก็ไม่สงสัยว่าเป็นสมาธิสั้นค่ะ”

ปัญหาของเด็กสมาธิสั้นรักษาอย่างไรให้ถูกต้อง

1. ต้องมีการพูดคุยกับทั้ง เด็ก บ้าน และโรงเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน และร่วมมือกันในการรักษาอย่างถูกต้อง

ใน ส่วนเด็ก คุณหมอหรือคุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจโดยบอกเด็กด้วยคำพูดง่ายๆ ตามวัย ตัวอย่างเช่น หนูเป็นโรคชนิดหนึ่งนะ ไม่ใช่โรคอันตรายร้ายแรง โรคนี้ก็เหมือนกับโรคอื่นที่หนูรู้จัก เช่น เป็นหวัด แต่โรคนี้จะทำให้หนูซน ไม่นิ่งเหมือนเพื่อนๆ อาการต่างๆ ที่หนูเป็นจะดีขึ้นถ้าเรามาร่วมมือกันระหว่างหมอ คุณพ่อคุณแม่ และคนที่สำคัญที่ก็คือตัวหนู ซึ่งการรักษา คือ ทานยา และพยายามฝึกตามที่หมอ คุณพ่อคุณแม่แนะนำ “หนูคิดยังไงคะ” “เห็นด้วยไหม”
2. การใช้ยา โดยประมาณ 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ เด็กจะมีอาการดีขึ้นโดยการให้ยาที่ช่วยเพิ่มสารสื่อประสาท ทำให้มีสมาธิดีขึ้นซึ่งก็ควรร่วมมือกันทั้งที่บ้านและโรงเรียนเพราะคุณครู ที่โรงเรียน ก็มีส่วนสำคัญในการให้ยาตามที่แพทย์สั่ง

3. การปรับพฤติกรรม แม้ว่ายาจะช่วยรักษาอาการให้ดีขึ้น แต่จำเป็นต้องมีการปรับพฤติกรรมร่วมด้วย ทั้งเด็ก บ้าน และโรงเรียน โดยต้องจัดกิจกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เด็กมีสมาธิเพิ่มขึ้น ลดสิ่งเร้า และให้เขาปลดปล่อยพลังงานอย่างหมาะสม

- การเพิ่มสมาธิ เช่น ควรมีห้องเฉพาะที่ให้เด็กสามารถทำการบ้านได้เป็นสัดส่วนไม่ควรนอนทำงานกับ พื้น โต๊ะควรหันเข้าผนัง ผนังไม่ต้องมีของตกแต่งอะไรมากชิ้น มีปฏิทิน นาฬิกา สิ่งของบนโต๊ะต้องน้อยชิ้นและมีเท่าที่จำเป็น เวลานั่งทำการบ้าน ในช่วงการปรับพฤติกรรมในระยะแรกๆ หมอฝากหน่อยนะคะว่าคุณพ่อหรือคุณแม่ควรนั่งประกบลูก ตลอดเวลา เพราะเด็กจะไม่นิ่ง ล้วงแคะแกะเกา คัน หรือยุกยิก อยากเข้าห้องน้ำ หรือไม่ก็อาจจะลืมสิ่งของและอยากที่จะลุกตลอดเวลาทำให้ทำงานไม่เสร็จปัญหาของเด็กสมาธิสั้น
การ ทำงานควรมีการเพิ่มเวลามากขึ้น โดยช่วงแรกควรสังเกตว่าลูกเราทำงานได้ประมาณกี่นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลามากขึ้น เช่นลูกนั่งทำงานได้ 5 นาที คุณพ่อคุณแม่ ควรเพิ่มเป็น 7 หรือ 8 นาที หรือถ้ามีการบ้าน 10 ข้อ ให้ทำทีเดียวทั้ง 10 ข้อ อาจจะหนักเกินไป ดังนั้น ลองแยกเป็นให้ทำทีละ 2 ข้อก่อน แล้วลองจับเวลาดูก่อนว่าทำได้ไหม ถ้าไม่ไหวก็ให้ทำทีละข้อ แล้วพักแป๊บหนึ่ง ไม่ต้องให้พักนานนักและควรกระตุ้น เชียร์ ให้กำลังใจว่าอีกนิดนึง เกือบเสร็จแล้วลูก

- ลดสิ่งเร้า เช่น ปิดเสียงวิทยุ ปิดทีวี นั่งทำงานในห้องที่เงียบ การปรับที่หมอกล่าวมาก็ขึ้นกับแต่ละบ้านว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหนนะคะซึ่งแต่ ละบ้านก็ปรับไป ไม่จำเป็นต้องตามสูตรที่หมอว่าทั้งหมดนี้ในครั้งเดียว
– ปลดปล่อยพลังงาน โดยการให้ลูกได้ออกกำลังกายบ้างค่ะ เพราะพลังงานของพวกเขาจะเยอะมาก การปลดปล่อยพลังงานควรไปในทางที่สร้างสรรค์ เช่น พ่อแม่พาไปออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งคุณครูอาจมอบหมายงานให้ทำในห้องเวลาที่สังเกตว่าเขาอยากลุกเดิน เช่น ให้ช่วยครูแจกสมุดให้เพื่อนๆ ช่วยครูลบกระดาน
-เรียนดนตรี โดยคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตดูด้วยว่าลูกชอบแบบไหน และเหมาะสมไหม ถ้าไม่แน่ใจก็ลองให้ลูกไปเล่นดูสักพักก็พอบอกได้ค่ะ
– สร้างความมั่นใจและภาคภูมิใจในตัวเอง เด็กสมาธิสั้นส่วนหนึ่งจะมีความมั่นใจตนเองไม่มาก เป็นเพราะว่าโดนลงโทษค่อนข้างบ่อย ไม่ได้ค่อยได้รับคำชมเชย เนื่องจากอาการจะทำให้เด็กดูเป็นเด็กที่ไม่น่ารักในสายตาของหลายๆ คน เช่น ไม่สนใจเรียน ไม่ตั้งใจฟัง งานไม่เสร็จ เลี่ยงงาน ชอบความสนุกที่เกินขอบเขต เล่นแผลงๆ อันตราย จนไม่มีใครอยากเล่นด้วย หรือเป็นคนเจ้าอารมณ์

ข้อคิดดีๆ ที่คุณหมอฝากไว้
“คุณพ่อคุณแม่และคุณครูควรเข้าใจก่อนว่าเขาไม่ เหมือนคนอื่น มีความแตกต่างซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เด็กแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่การที่ให้ลูกหรือเด็กนักเรียนของเราอยู่อย่างมีความสุข หรือนัยหนึ่งมีความมั่นใจตนเองและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ว่าเขาเป็นคนที่มีคุณค่า เป็นลูกที่น่ารักเป็น เด็กดีที่ครูชม… เราควรมองหาจุดที่ดี หรือส่งเสริมศักยภาพในตัวเด็ก มากกว่าที่จะมองแต่เพียงข้อด้อยของเขาเพื่อทำให้เขามีความมั่นใจ และเกิดความภาคภูมใจในตนเอง ส่วนข้อด้อยก็มาร่วมมือกันค่อยๆ ปรับแก้กันไปค่ะ
สิ่งที่สำคัญท้ายที่สุด ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ที่เป็นหัวใจของลูกควรช่วยเหลือให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ฝ่าฟันปัญหาต่างๆ ทั้งในและนอกบ้าน ขอให้มีความหวังกำลังใจว่าสักวันลูกของเราต้องดีขึ้น เพราะการเลี้ยงลูกคนหนึ่งไม่ง่ายเลยค่ะที่จะหล่อหลอมให้เขาเป็นทั้งเด็กที่ เก่ง เด็กดี มีความสุขโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่เหนื่อย ไม่เครียด และเราควรร่วมมือกันว่า เราสองคนเองนี่แหละที่จะช่วยลูกเอง และหมอขอเป็นกำลังใจอีกแรงนะคะที่จะช่วยเพิ่มพลังให้คุณพ่อคุณแม่พร้อมที่จะ สู้ต่อไป…เพื่อลูกของเราค่ะ”

Source:  Mother & Care ฉบับเดือน ธันวาคม

ยางฝึกจับดินสอแนะนำและออกแบบโดยนักกิจกรรมบำบัด จากประเทศอเมริกา

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini เหมาะสำหรับเด็กเริ่มหัดเขียนภาพยางฝึกจับดินสอ รุ่น Softยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell

ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Mini ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Soft ยางฝึกจับดินสอ รุ่น Shell